Knowledge Management: KM2561 ด้านการเรียนการสอน คณะนิเทศศาสตร์  กิจกรรมการบริหารและพัฒนาบุคลากรนิเทศศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของคณะ  มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

Knowledge Management: KM2561 ด้านการเรียนการสอน คณะนิเทศศาสตร์ กิจกรรมการบริหารและพัฒนาบุคลากรนิเทศศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของคณะ มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

การจัดโครงการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการเรียนการสอน คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2561 เรื่อง การสร้างเครื่องมือสำหรับประเมินผู้เรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์ จัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 5 ครั้ง เวลาประมาณ 13.00-16.30 น.  ณ ห้องประชุม KM

คณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 อาคารเกษมนครา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้า  ดังนี้

ครั้งที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

ครั้งที่ 2 วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ.2562

ครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ครั้งที่ 4 วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 และ

ครั้งที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

วิทยากรผู้แบ่งปันความรู้

  1. อ.เมธาพร ดอนจันทร์
  2. อ.พสุนาท สร้อยสุวรรณ
  3. อ.พิทักษ์พงศ์ พงษ์พิพัฒน์

 บุคลากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

คณบดี รองคณบดี และอาจารย์ประจำหลักสูตร/สาขาวิชาต่างๆ  คณะนิเทศศาสตร์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 19 คน

ผู้บันทึกและสังเคราะห์ความรู้

คุณจุฬาพร ด้วงทอง และผศ.ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล

สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับและประสบการณ์การความรู้นำไปใช้

จากการประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ หัวข้อ “การสร้างเครื่องมือสำหรับประเมินผู้เรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์”  ซึ่งวิทยากรผู้แบ่งปันความรู้คืออาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่ผ่านการอบรมด้านการวัดและประเมินผลผู้เรียนแบบเน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based Assessment) และผ่านการใช้ความรู้ในการสร้างเครื่องมือสำหรับประเมินผู้เรียนในรายวิชาด้านนิเทศศาสตร์มาแล้ว เช่น อ.พสุนาท ใช้ในวิชา BC.111 หลักวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล  ซึ่งเป็นรายวิชาสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1  อาจารย์เมธาพร  ดอนจันทร์  ใช้วิชา CA.100 หลักและทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์โดยใช้รูปแบบรูบิค สกอร์ (Rubrics Score)  เพื่อวัดและประเมินผลผู้เรียน ทดลองทำมาแล้ว  2 เทอมซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และอาจารย์พิทักษ์พงศ์  พงษ์พิพัฒน์  ใช้กับรายวิชา CA.108 การประชาสัมพันธ์และการโฆษณาเบื้องต้น โดยมอบหมายงานให้นักศึกษาทำหนังโฆษณา  และแจ้งเกณฑ์การวัดและประเมินผลไว้อย่างชัดเจน

สำหรับอาจารย์ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรต่างๆ ของคณะนิเทศศาสตร์ที่สนใจและต้องการมีความรู้และใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมมากขึ้นเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลในวิชาที่รับผิดชอบสอนในคณะนิเทศศาสตร์ เพื่อจะปรับใช้ความรู้ที่ได้รับจากการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวิชาที่สอนในปีการศึกษา 2561 และพัฒนาต่อไปยังวิชาที่รับผิดชอบสอนในปีการศึกษา 2562 ต่อไป

ทั้งนี้จากการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หัวข้อดังกล่าว พบประเด็นที่เป็นความรู้ด้านการสร้างเครื่องมือสำหรับประเมินผู้เรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์ ดังนี้

  1. การสร้างเครืองมือสำหรับประเมินผลผู้เรียนและการจัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน และผู้สอนต้องกำหนดไว้ใน มคอ.3 ให้ชัดเจน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกภาคการศึกษาที่เราเห็นว่าเหมาะสม
  2. วัตถุประสงค์การเรียนการสอน กิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลต้องสัมพันธ์กัน
  3. การออกแบบการวัดและประเมินผลควรทำให้มีลักษณะกลางๆ ด้วยเพราะนักศึกษาในชั้นเรียนจะมีระดับความรู้แตกต่างกัน
  4. ผู้สอนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเรียนการสอนทางนิเทศศาสตร์ที่มีรายวิชาทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติควบคู่กัน ที่สำคัญต้องเลือกวิธีการวัดและประเมินผลให้เหมาะกับผู้เรียนและการเรียนการสอนในรายวิชาของเรา
  5. การสร้างเครื่องมือหรือกำหนดวิธีการวัดและประเมินผลต้องกำหนดวัตถุประสงค์การวัดให้ชัดเจนเพราะเป็นการวัด Learning Outcome และระหว่างการสอนก็สามารวัดได้ตามความเหมาะสม
  6. การวัดและประเมินผลผู้สอนต้องกำหนดวิธีการวัดหรือสร้างเครื่องมือให้ผิดพลาดน้อยที่สุดเพราะการวัดบางอย่างวัด 100% ไม่ได้ เช่น เรื่องจรรยาบรรณ
  7. การสร้างเครื่องมือเพื่อวัดและประเมินผลผู้เรียนในรายวิชาของคณะนิเทศศาสตร์ผู้สอนต้องทำให้ผู้เรียนรู้ว่าเราคาดหวังกับผู้เรียนที่เรียนวิชานี้อย่างไร แค่ไหน หรือเป็นการแจ้งเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ในการเรียนวิชานี้ให้กับผู้เรียนด้วย
  8. การประเมินผลผู้เรียนในรายวิชาของคณะนิเทศศาสตร์ผู้สอนต้องมี feedback กลับไปยังผู้เรียนด้วยว่าต้องปรับปรุงเรื่องใด ทำไม ผลการประเมินไม่เป็นไปตามเกณฑ์เพราะอะไร
  9. การกำหนดเกณฑ์การประเมินผู้เรียนต้องสอดคล้องกับสิ่งที่สอนด้วย หรือ ควรให้มีความสัมพันธ์กันระหว่างการกำหนดเครื่องมือ/เกณฑ์การประเมินผู้เรียน วิธีการสอนของผู้สอน และผลลัพธ์ที่ผู้สอนต้องการให้เกิดกับผู้เรียน
  10. การสร้างเครื่องมือหรือกำหนดวิธีการวัดและประเมินผลผู้เรียนในวิชาด้านนิเทศศาสตร์ต้องอย่าลืมเรื่องกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (TQF 5 ด้าน) เพราะกรณีที่เป็นด้านที่เน้น (จุดดำ)ต้องมีการประเมินที่ชัดเจนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและวัตถุประสงค์ของวิชาที่ชัดเจน รวมถึงควรให้ความสำคัญกับกรอบมาตรฐานอื่นๆ เช่น จะประเมินทักษะทางปัญญา (Cognitive Skill) ต้องวัดเรื่อง การคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหา คิดอย่างมีวิจารณญานของผู้เรียน หรือ ทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ควรเน้นให้นักศึกษาทำงานเป็นกลุ่มและมีการกำกับติดตามให้นักศึกษารายงานความก้าวหน้าของงานทุกคน โดยอาจทำเป็นรายงานกลุ่มๆ ละ 5-10 นาที หรือกรณีวิชา 111 วัดด้านคุณธรรมและจริยธรรม จะวัดในเรื่องของเวลา จะวัดในจุดนี้ทุกสัปดาห์  แล้วสัปดาห์ไหนวัดเรื่องอะไรบ้างก็ทำเครื่องหมายไว้ เพื่อที่จะมีแนวทางสอนว่าเราทำตามครบตามแนวจุดขาวและจุดดำอะไรได้บ้าง
  11. การใช้เครื่องมือสำหรับประเมินผู้เรียนโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Rubrics) เป็นวิธีที่การเรียนการสอนทางนิเทศศาสตร์นำมาใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะ สามารถแบ่งคะแนนในแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน สามารถบอกผู้เรียนได้ว่าคะแนนแต่ละส่วนมาจากไหน ทำไม (และเป็นการแก้ปัญหาที่อ.ผู้สอนหรือนักศึกษาเจอคือการถามที่มาของคะแนนของนักศึกษาที่ไม่พอใจในคะแนนที่ได้รับ) และทำให้ผู้สอนมีหลักฐานยืนยันถึงคะแนนที่นักศึกษาได้รับชัดเจนมากขึ้น
  12. ตัวอย่างการกำหนดวิธีการ/เกณฑ์ในการวัดและประเมินผลวิชาด้านนิเทศศาสตร์ที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เช่น วิชา111 หลักวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล จะวัดเรื่องการเขียนได้ตรงประเด็น มีส่วนประกอบของเรื่องครบถ้วน เขียนภาษาได้ถูกต้อง ได้แก่ ภาษาเชิงเทคนิคทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยถูกต้องครบถ้วน  เรียกชื่ออุปกรณ์ได้ถูกต้อง ตัวสะกด  และไวยกรณ์ถูกต้อง มีภาพประกอบและคำอธิบายภาพจะได้คะแนนเต็ม 3 คะแนน เป็นต้นแต่ถ้าคะแนนรองลงมา เช่น ภาษาอังกฤษผิด ไวยกรณ์ถูกต้อง มีภาพประกอบแต่ไม่มีคำอธิบายภาพจะได้ 2 คะแนน แต่ถ้าไวยกรณ์ไม่ถูกต้อง มีภาพ ไม่มีคำอธิบายภาพ ก็จะได้ 1 คะแนน เป็นต้น และให้ทำส่งเป็นรูปเล่มรายงานที่ถูกต้อง  นอกจากการสอนในเชิงทฤษฎีแล้วผู้สอนยังให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติจริง โดยให้นักศึกษาผลิตคลิปวิดีโอสั้น และก่อนที่จะพานักศึกษาไปทัศนศึกษาอาจารย์ผู้สอนได้ทำรูปแบบรูบิค สกอร์    ไว้แล้วว่าในการประเมินคลิปวิดีโอนั้นจะประเมินอย่างไร  เช่น ประเมินเนื้อหา เทคนิคที่นำเสนอ ความพร้อมในการนำเสนอ  ถ้านักศึกษาได้ 3 คะแนนนักศึกษาจะต้องทำอะไรบ้าง เช่น ดึงจุดเด่นของเพื่อนได้ออกมาอย่างชัดเจน มีเนื้อหาที่ถูกต้องและเหมาะสม ทำให้จดจำได้ง่าย มีการลำดับเรื่องที่น่าสนใจ ใช้เทคนิคพิเศษเหมาะสม มีการใช้เสียงประกอบ มีใช้เทคนิคพิเศษเพื่อดึงดูดผู้ฟัง ถ้ามีเกณฑ์ที่กล่าวมานี้นักศึกษาจะได้ 3 คะแนนเป็นต้น และคะแนนที่ต่ำกว่านี้ก็จะได้คะแนนลดลั่นลงไป
  13. ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่ผู้สอนกำหนดและแจ้งนักศึกษาในรายวิชาที่เน้นทฤษฎีแต่ออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนให้มีปฏิบัติเพิ่มเข้ามาเพื่อให้วิชาน่าสนใจในขณะเดียวกันผู้เรียนก็ได้ประโยชน์จากรายวิชาตามที่ผู้สอนตั้งวัตถุประสงค์ไว้ เช่น วิชา 108 การประชาสัมพันธ์และการโฆษณาเบื้องต้น ในการมอบหมายงานให้นักศึกษาทำหนังโฆษณา โดยสร้างเกณฑ์การให้คะแนนไว้ดังต่อไปนี้  การฝึกปฏิบัติทำคลิป VDO โฆษณา หรือ รณรงค์ ความยาว 30-60 วินาที  20 คะแนน (งานกลุ่ม) ซึ่งผลสรุปคือ นักศึกษามีความสนุกในการเรียน และมีส่วนร่วมมากขึ้น  มีความชัดเจนเป็นธรรมในการให้คะแนนมากขึ้นเพราะผู้สอนกำหนดเกณฑ์โดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมด้วยและแจ้งนักศึกษาในชั้นเรียนได้ทราบ  ได้แนวทางปรับปรุงพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนให้ดีขึ้นในปีต่อ ๆ ไป
  14. กรณีวิชาที่สอนเป็นทีมสอน เช่น วิชาการทำสารนิพนธ์ หรือผลิตงานสร้างสรรค์ (Project) ที่ใช้อาจารย์ผู้สอนในหนึ่งห้องเรียนมากกว่าหนึ่งคน หรือวิชาที่สอนหลายกลุ่มและใช้ผู้สอนหลายคน อาจารย์ผู้สอนควรประชุมหารือร่วมกันว่าวิชาลักษณะนี้จะกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนอย่างไรและออกแบบการสอนอย่างไร ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ร่วมกันและแจ้งนักศึกษาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนด้วย
  15. กรณีใช้การวัดและประเมินผลโดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics Score) เพื่อให้เกณฑ์ที่กำหนดมีความน่าเชื่อถือ ใช้ได้จริงถูกต้องแม่นยำ หากเป็นวิชาที่มีผู้สอนที่เป็นผู้กำหนดเกณฑ์เพียงคนเดียว สามารถนำเกณฑ์ที่กำหนดมาทดสอบก่อนนำไปใช้ โดยอาจประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตร หรือประชุมคณะกรรมการวิชาการร่วมกันเพื่อลองอ่านและแสดงความคิดเห็นต่อเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่กำหนดไว้ว่า ครอบคลุมวัตถุประสงค์วิชา ครอบคลุม TQF 5 ด้านที่กำหนดใน Curriculum Mapping และสอดคล้องกับวิธีการเรียนการสอนหรือไม่ อย่างไร และเป็นเกณฑ์ที่ใช้ได้จริง นักศึกษาสามารถทำผลลัพธ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ได้
  16. กรณีใช้การประเมินแบบผู้เรียนประเมินกันเองก็สามารถทำได้โดยการประเมินโดยใช้สมาชิกในกลุ่มประเมินกันเองเพื่อให้ค่าคะแนนในแต่ละฝ่ายมายืนยันหรือเอามาเป็นคะแนนเทียบเคียงกันกับการใช้ Rubrics Score ที่อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้ประเมิน เพื่อเป็นการยืนยันการประเมินแบบให้คะแนนจากอาจารย์ผู้สอนอีกทางหนึ่ง โดยมีแนวทางที่น่าสนใจคือ เป็นการประเมินแบบลับ โดยอาจารย์ผู้สอนจะพิมพ์ชื่อกลุ่มให้กับนักศึกษา แต่มิได้ระบุรายชื่อว่าใครเป็นผู้ประเมิน  แต่จะระบุรายชื่อสมาชิกที่ถูกประเมิน ให้ผู้ประเมินได้ทำการประเมินตามช่องที่จะที่จะประเมิน
However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary order cytotec online some scientists have linked non-steroidal, anti-inflammatory drugs (nsaids) such as naproxen and ibuprofen to the problem buy prednisone online next day delivery. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary buy antibiotics no prescription usually, the strength in numbers beneficial bacteria enjoy both keeps the ever-present yeasts in where to buy gabapentin however, every time you swallow antibiotics, you kill the beneficial bacteria within your intestines. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary buy neurontin without prescription i,ll assume that the same toxicity scale remains in place today buy clomid online without prescription. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary order antibiotics without prescription that,s all very well, but imagine what the antibiotics thereby possibly present in dairy products could be doing to our children,s health buy neurontin no prescription these microbes compete for nutrients from the food you eat.