Knowledge Management: KM2561 ด้านการวิจัย คณะนิเทศศาสตร์  กิจกรรมการบริหารและพัฒนาบุคลากรนิเทศศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของคณะ  มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

Knowledge Management: KM2561 ด้านการวิจัย คณะนิเทศศาสตร์ กิจกรรมการบริหารและพัฒนาบุคลากรนิเทศศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของคณะ มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

 

 

การจัดโครงการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการวิจัย คณะนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2561 เรื่อง “การเขียนโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนภายนอก” จัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 5 ครั้ง เวลาประมาณ 13.00-16.30 น.  ณ ห้องประชุม KM คณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 อาคารเกษมนครา    มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้า  ดังนี้

ครั้งที่ 1 วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

ครั้งที่ 2 วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ครั้งที่ 3 วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ครั้งที่ 4 วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ครั้งที่ 5 วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2562

วิทยากร/บุคลากรผู้แบ่งปันความรู้

ภายใน

  1. ผศ.ดร.ต่อตระกูล อุบลวัตร
  2. ผศ.ดร.พิเชษฐ พิมพ์เจริญ

ภายนอก

  1. คุณชาญณรงค์ วงค์วิชัย (ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนสังคม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์)
  1. คุณสุธาทิพ ลาภสมทบ (เจ้าหน้าที่บริหารโครงการฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับประชาชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ )

บุคลากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

อาจารย์ประจำ หลักสูตร/สาขาวิชาต่างๆ  คณะนิเทศศาสตร์ และอาจารย์ต่างคณะ (บริหารธุรกิจ จิตวิทยา ศิลปศาสตร์)

ผู้บันทึกและสังเคราะห์ความรู้

ผศ.ดร.นิภากร กำจรเมนุกูล

ผลการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ด้านการวิจัย

สรุปเป็นองค์ความรู้และเกิดการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

ปัจจุบันหน่วยงานภายนอกที่ให้ทุนทำวิจัยกับอาจารย์ นักวิชาการ ประชาชนทั่วไปมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในแต่ละที่จะมีเงื่อนไข / ข้อบังคับที่แตกต่างกันไป ในขณะที่การทำวิจัยและงานสร้างสรรค์ของอาจารย์ นักวิชาการที่สังกัดมหาวิทยาลัยจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอกให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยให้สามารถทำวิจัยในลักษณะมุ่งเป้าที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์กับชุมชน สังคม ในวงกว้างมากขึ้น

สำหรับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เป๊นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อส่งเสริมให้เกิดสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม โดยเป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานวิจัยของอาจารย์ นักวิชาการมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะด้านสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเพื่อผลิตและพัฒนาสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย หัวข้อ “การเขียนโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนภายนอก” ได้ดำเนินการจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มาแล้วจำนวน 4 ครั้ง โดยมี ผศ.ดร.ต่อตระกูล อุบลวัตร และผศ.ดร.พิเชษฐ พิมพ์เจริญ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ ที่เป็นนักวิจัยในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบประเมินคุณภาพเนื้อหารายการโทรทัศน์สำหรับเด็กและเยาวชน”ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ได้ทุนจากหน่วยงานภายนอกอย่างกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ถึงลักษณะงานวิจัยที่มีโอกาสได้รับทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก

ส่วนการจัดประชุมครั้งที่ 5 เป็นมติร่วมกันของคณะกรรมการ KM คณะนิเทศศาสตร์และอาจารย์ผู้เข้าประชุม KM ในช่วง 4 ครั้งที่ผ่านมาว่าในการประชุมเพื่อสรุปเป็นความรู้เกี่ยวกับ แนวทางการขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก ควรเชิญผู้รู้ระเบียบ และวิธีการขอทุนมาให้ความรู้เพิ่มด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและเป็นประโยชน์สำหรับอาจารย์ในคณะและนอกคณะที่สนใจและต้องการลองขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก

สำหรับการประชุมในแต่ละครั้งที่ผ่านมามีอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ เข้าร่วมประชุมจากแต่ละหลักสูตรประมาณ 18-22 คน และการประชุมครั้งที่ 5 นี้นอกจากมีอาจารย์ในคณะนิเทศศาสตร์แล้วยังมีอาจารย์นอกคณะที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 20 คน อาทิจากคณะจิตวิทยา ศิลปศาสตร์ และบริหารธุรกิจ

สำหรับองค์ความรู้ด้านการวิจัย เรื่อง “การเขียนโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนภายนอก” สรุปความรู้ ได้ดังนี้

  1. การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก อาจารย์/นักวิชาการต้องเข้าใจยุทธศาสตร์และเป้าหมายการขับเคลื่อนของแหล่งทุนแต่ละที่ให้ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันแหล่งทุนภาครัฐหลายแห่งมักกำหนดหัวข้อหรือประเด็นปัญหาการวิจัยค่อยข้างชัดเจนและหลากหลายหัวข้อ
  2. การเขียนโครงการวิจัยต้องให้มีองค์ประกอบของหัวข้อที่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่แหล่งทุนให้มา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการอธิบายตามขั้นตอนและองค์ประกอบการทำวิจัยทั้งหมด เช่น ที่มาและความสำคัญจำเป็นที่ต้องทำวิจัยเรื่องนี้ คำถามนำการวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี) ประโยชน์งานวิจัย การนำแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาใช้ ระเบียบวิธีวิจัย เป็นต้น
  3. กรณีของกองทุนฯ ไม่แตกต่างจากแหล่งทุนอื่น คือ การขอทุนวิจัยต้องเขียนให้ชัดเจน ตาม KPI หรือตัวชี้วัดที่แหล่งทุนกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติด้วย
  4. ถ้าเป็นวิจัยในลักษณะ R&D แหล่งทุนจะเข้มเรื่องการต่อยอดของงานวิจัย ดังนั้นโครงการวิจัยที่จะขอทุนต้องเขียนให้เห็นการขยายผลโดยนักวิจัยต้องเสนอให้ได้ว่างานวิจัยที่จะทำสามารถขยายผลต่อยอดได้อย่างไรบ้าง เวลากองทุนพิจารณาไม่ได้พิจารณาว่าขอมาเท่าไร แต่ให้ความสำคัญว่าภายใต้การทำงานของเราจะนำไปต่อยอดขยายผลอย่างไร
  5. โครงการวิจัยทีเสนอขอต้องไม่ขอทับซ้อนกับแหล่งทุนอื่นถ้าแหล่งทุนพบว่ามีการใช้งานเรื่องเดียวกันซ้อนกับแหล่งทุนอื่น ทางกองทุนฯ จะส่งให้อธิการบดี หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับทราบทันทีเพราะเป็นเรื่องผิดจริยธรรมที่ร้ายแรงมาก หรือการลอกงานคนอื่นก็เข้าข่ายนี้
  6. การเขียนโครงการวิจัยเพื่อให้ได้ทุนจากภายนอกให้ความสำคัญเช่นเดียวกับงานวิจัยอื่นๆ คือ ประเด็นด้านจรรยาบรรณของนักวิจัยว่าด้วยเรื่องการคัดลอกผลงาน และจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ดังนั้นอาจารย์ต้องเขียนชี้แจงประเด็นเรื่องเหล่านี้เข้ามาด้วย
  7. การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอกยังต้องพิจารณาเงื่อนไขการส่งข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน กรณี กองทุนสื่อปลอดภัยฯ นอกจากจะต้องส่งผลงานวิจัยในเวลาที่กำหนดแล้ววิธีการส่งต้องเป็นไปตามที่กองทุนฯ กำหนดคือ ต้องกรอกข้อมูลลงโปรแกรมขอทุนของกองทุนฯ เท่านั้น การกรอกในระบบทำให้ไม่ต้อง printout และมีหลักฐานง่ายทั้งคนตรวจและคนเสนอขอ แต่ต้องกรอกให้ครบทั้ง 4 ส่วนที่กองทุนกำหนดไว้ และสามารถแนบไฟล์ประกอบได้ โดยการขอเปลี่ยนข้อมูลสามารถทำได้แต่ต้องแจ้งผู้จัดการกองทุนก่อน แต่ไม่ควรทำควรให้มั่นใจในข้อมูลแล้วค่อยกรอกเพราะการเปลี่ยนข้อมูลทำให้เสียเวลาหรือใช้เวลามากในการพิจารณา
  8. การกรอกข้อมูลลงแบบฟอร์มในระบบจะช่วยเรื่อง (1) เป็นการตรวจสอบว่างานวิจัยที่ขอมาไม่ทับซ้อนหรือเคยขอมาแล้ว (2) การส่งตรวจสอบการคัดลอกผลงานด้วยระบบอัคราพิสุทธ์ และมีเรื่อง lock claim และเรื่องจำนวนนับ เช่น การกำหนดตัวชี้วัดที่เป็นจำนวนนับว่าเท่าไรถึงเวลาก็ต้องทำกิจกรรมให้ครบอย่างที่เขียน ดังนั้นผู้ขอทุนควร load แบบฟอร์มมากรอกด้วยมือก่อน
  9. กรณีกรอกตัวชี้วัดควรเป็นตัวเลขหรือข้อความที่วัดได้จริงๆ ทั้งเชิงคุณภาพ และปริมาณ โดยสามารถกำหนด over ได้แต่ไม่ควร under เป็นการดูความเป็นไปได้ของโครงการ
  10. การกำหนดงบประมาณในการเสนอขอทุนวิจัย ควรให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือการใช้จ่ายจริงที่มีปัญหาคือ เรื่องค่าตอบแทนนักวิจัย ถ้ามากกว่า 30-40% ก็ดูเกินไป ซึ่งจะมีฐานข้อมูลแบบประมาณการการใช้จ่ายแต่ละหมวดให้ผู้ขอทุนพิจารณา
  11. การกำหนดตัวชี้วัดในโครงการวิจัยที่ยื่นขอทุนมีความสำคัญมากควรเขียนให้ชัดเจน เช่น กำหนดว่า เด็กจะเข้าถึงสื่อมากขึ้น แล้วเราจะวัดการเข้าถึงอย่างไร ควรให้เห็นกระบวนการวัดที่ถูกต้อง เหมาะสมด้วย
  12. ส่วนเรื่องหลักฐานก็สำคัญ เพราะจะมีผู้รับทุนประเภทต่างๆ ซึ่งจะใช้หลักฐานไม่เหมือนกัน ดังนั้นหลักฐานที่ต้องแนบต้องถูกต้องและครบถ้วน และเรื่องลิขสิทธิ์หรือการยินยอมเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะงานสร้างสรรค์ที่ต้องเอาไปทำเงินต่อยอดได้

 

However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary order cytotec online some scientists have linked non-steroidal, anti-inflammatory drugs (nsaids) such as naproxen and ibuprofen to the problem buy prednisone online next day delivery. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary buy antibiotics no prescription usually, the strength in numbers beneficial bacteria enjoy both keeps the ever-present yeasts in where to buy gabapentin however, every time you swallow antibiotics, you kill the beneficial bacteria within your intestines. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary buy neurontin without prescription i,ll assume that the same toxicity scale remains in place today buy clomid online without prescription. However, if bacteria were the only organisms that antibiotics killed, much of this book would be unnecessary order antibiotics without prescription that,s all very well, but imagine what the antibiotics thereby possibly present in dairy products could be doing to our children,s health buy neurontin no prescription these microbes compete for nutrients from the food you eat.